เท็กซัสโฮลด์เอ็ม โป๊กเกอร์

บทนำ

เมื่อเล่นเกมนี้เป็นครั้งแรก คุณจะต้องเผชิญกับกฎเกณฑ์พื้นฐานบางอย่างซึ่งได้อธิบายไว้ที่ด้านล่าง สำหรับผู้ที่เริ่มเล่น Player (ผู้เล่น) แต่ละคนจะได้รับแจกไพ่โฮลสองใบในเท็กซัสโฮลด์เอ็มด้วยเป้าหมายโดยรวมคือการสร้างมือที่ดีที่สุดจากไพ่ห้าใบ

 

การเล่นเป็นไปตามเข็มนาฬิกาวนไปรอบโต๊ะ โดยเริ่มจากแอคชั่นทางซ้ายมือของปุ่ม Dealer(เจ้ามือ) โดยทั่วไปแล้ว Player (ผู้เล่น) สองคนแรกที่อยู่ด้านซ้ายจากปุ่มนั้นจะถูกบังคับให้วางสมอลบลายด์และบิ๊กบลายด์เพื่อเริ่มต้นการเดิมพัน จากตรงนั้น แอคชั่นจะเกิดขึ้นบนไพ่ที่แจกหลากหลาย: พรีฟล็อป ฟล็อป เทิร์นและริเวอร์

 

ปุ่มDealer (เจ้ามือ)

 

ปุ่มนี้เป็นตัวกำหนดว่าPlayer (ผู้เล่น) คนใดที่โต๊ะจะทำหน้าที่เป็นDealer (เจ้ามือ) ในเท็กซัสโฮลด์เอ็ม Player(ผู้เล่น) ที่มีปุ่มนี้ หรือPlayer (ผู้เล่น) ที่ได้เล่นเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ใกล้กับปุ่มมากที่สุด จะได้รับแอคชั่นสุดท้ายกับไพ่ที่แจกหลากหลายของเกมหลังฟล็อป

 

ในขณะที่ปุ่มDealer (เจ้ามือ) บ่อยครั้งที่จะบ่งบอกว่าใครจะเป็นPlayer (ผู้เล่น) คนแรกที่จะเริ่มวางเงินเดิมพันด้วยสมอลบลายด์และบิ๊กบลายด์ มันยังกำหนดอีกด้วยว่าจะเริ่มแจกไพ่ตรงไหน Player (ผู้เล่น) ที่อยู่ทางซ้ายมือของปุ่มDealer (เจ้ามือ) ในสมอลบลายด์ จะได้รับไพ่ใบแรก และจากนั้นDealer (เจ้ามือ) ก็จะแจกไพ่ไปรอบโต๊ะตามเข็มนาฬิกาจากPlayer (ผู้เล่น) ไปสู่Player (ผู้เล่น) จนกระทั่งทุกๆ คนได้รับไพ่ตั้งต้นสองใบ

 

บลายด์

ก่อนที่เริ่มรอบใหม่ทุกรอบ Player (ผู้เล่น) สองคนบนโต๊ะจะถูกบังคับให้วางบลายด์ หรือเดิมพันบังคับที่เป็นการเริ่มการวางเดิมพัน หากไม่มีบลายด์เหล่านี้ เกมก็จะน่าเบื่อมากเพราะว่าไม่มีใครถูกบังคับให้ต้องวางเงินจำนวนใดๆ เข้าในเงินกองกลาง

 

Player (ผู้เล่น) ที่อยู่ถัดไปทางด้านซ้ายมือของปุ่มวางสมอลบลายด์ และPlayer (ผู้เล่น) ที่อยู่ติดกับเขา/เธอทางด้านซ้ายวางบิ๊กบลายด์ สมอลบลายด์นั้นโดยทั่วไปแล้ว เท่ากับครึ่งหนึ่งของบิ๊กบลายด์ แม้ว่าการกำหนดเงื่อนไขนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องก็ตาม และยังอาจขึ้นอยู่กับเกมที่กำลังเล่นอยู่อีกด้วย

 

จุดมุ่งหมายของเกม

ในเท็กซัสโฮลด์เอ็ม Player(ผู้เล่น) ทุก ๆ คนจะได้รับไพ่สองใบคว่ำหน้าไว้ ซึ่งเรียกกว่าไพ่โฮล Player (ผู้เล่น) ทุกๆ คนจะซ่อนไพ่สองใบนี้ไว้ไม่ให้คนอื่นดูจนกระทั่งจบรอบของการวางเดิมพันแล้ว ซึ่งเรียกว่าเปิดทั้งหมดเท็กซัสโฮลด์เอ็ม เป็นเกมที่มีการ์ดชุมชน โดยที่มีไพ่ห้าใบเปิดอยู่กลางโต๊ะที่จะถูกใช้ร่วมกันกับไพ่
โฮลสองใบของ Player (ผู้เล่น) เพื่อที่จะเลือกไพ่ห้าใบที่ดีที่สุด

 

ไพ่ชุมชนห้าใบนั้นเปิดไว้กลางโต๊ะกับฟล็อป เทิร์น และริเวอร์ ฟล็อปประกอบด้วยไพ่ชุมชนสามใบแรก เทิร์นจะเพิ่มไพ่อีกหนึ่งใบ และริเวอร์จะเพิ่มไพ่อีกหนึ่งใบให้บอร์ดมีไพ่ห้าใบครบถ้วน Player (ผู้เล่น) ทุก ๆ คนมองเห็นไพ่ห้าใบนี้ เมื่อเปิดไพ่ครบห้าใบแล้ว Player (ผู้เล่น) จะเลือกไพ่ผสมห้าใบที่ดีที่สุดจากไพ่ทั้งเจ็ดใบเหล่านี้ ซึ่งทำได้โดยใช้ไพ่โฮลทั้งสองใบของคุณผสมกับไพ่ชุมชนสามใบ ไพ่โฮลหนึ่งใบผสมกับไพ่ชุมชนสี่ใบ หรือไม่ใช้ไพ่โฮลเลยและเล่นไพ่ชุมชนทั้งห้าใบเป็นหนึ่งมือ Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่ผสมที่ดีที่สุดได้เงินกองกลางไป ซึ่งก็คือผลรวมของเดิมพันทั้งหมดที่ถูกวางระหว่างมือนั้น

 

รอบของการวางเดิมพันรอบแรก

แอคชั่นก่อนฟล็อป

ไพ่โฮลสองใบจะถูกแจกโดยคว่ำหน้าไว้ และรอบของการวางเดิมพันรอบแรกก็เริ่มต้นขึ้น

 

รอบของการวางเดิมพันรอบแรกเกิดขึ้นหลังจากที่ได้แจกไพ่โฮลทั้งหมดให้แก่Player (ผู้เล่น) แต่ละคนแล้ว Player (ผู้เล่น) คนแรกที่จะวางเดิมพันก็คือPlayer (ผู้เล่น) ที่อยู่ด้านซ้ายของบิ๊กบลายด์ และPlayer (ผู้เล่น) คนนี้ก็จะมีทางเลือกสามทาง:

 

สู้:เดิมพันเท่ากับจำนวนเดิมพันของบิ๊กบลายด์

เก:เพิ่มเงินเดิมพันภายในขีดจำกัดที่ระบุเป็นพิเศษของเกม

หมอบ:ทิ้งไพ่มือนั้น

 

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) เลือกที่จะหมอบ เขาหรือเธอจะไม่มีสิทธิที่จะชนะมือปัจจุบันอีกต่อไป

จำนวนเงินที่Player (ผู้เล่น) สามารถเกได้ขึ้นอยู่กับเกมที่กำลังเล่นอยู่ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเท่ากับสองเท่าของบิ๊กบลายด์เป็นอย่างน้อย



Player (ผู้เล่น) ที่เป็นคนถัดมามีทางเลือกสามทางเช่นเดียวกัน: สู้ เกหรือหมอบในกรณีของการเกจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรขั้นต่ำสำหรับการเกนั้นจะต้องเท่ากับจำนวนการเกเดิม ตัวอย่างเช่น สมมติว่าบิ๊กบลายด์ในเกมนั้นคือ 10 เหรียญสหรัฐ ฯ และPlayer (ผู้เล่น) คนแรกที่จะวางเดิมพันเกขึ้นไปถึง 40  เหรียญสหรัฐ ฯ ในเกมโฮลด์เอ็มที่ไม่มีขีดจำกัดการเดิมพัน Player(ผู้เล่น) คนที่สองที่จะวางเดิมพันมีทางเลือกที่จะสู้ที่ 40  เหรียญสหรัฐ ฯ หมอบและไม่เล่นมือนั้นอีกต่อไป หรือเกไปจนถึง 70  เหรียญสหรัฐ ฯ เนื่องจากการจำนวนเงินการเกครั้งแรกคือ 30  เหรียญสหรัฐ ฯ ซึ่งก็คือผลต่างระหว่างเงินเดิมพันที่วางและบิ๊กบลายด์เดิม

 

รอบของการวางเดิมพันรอบที่สอง



ฟล็อป

ไพ่ชุมชนสามใบจะถูกแจกบนโต๊ะและรอบของการวางเดิมพันรอบใหม่ก็จะเริ่มขึ้น

 

หลังจากที่รอบของการวางเดิมพันก่อนฟล็อปรอบแรกเสร็จสิ้นแล้ว รอบของการวางเดิมพันรอบที่สองก็จะเริ่มขึ้นกับฟล็อป หลังจากที่ไพ่ชุมชนสามใบถูกแจกแล้ว ในรอบของการวางเดิมพันรอบนี้ และรอบอื่น ๆ ทุกรอบต่อ ๆ มาตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แอคชั่นจะเริ่มขึ้นที่ Player (ผู้เล่น) ทางด้านซ้ายของปุ่ม พร้อมกันกับตัวเลือกสามทางในการวางเดิมพัน สู้ หมอบ และเก Player (ผู้เล่น) ก็จะมีทางเลือกในขณะนี้ที่จะดูว่ามีแอคชั่นเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ การดูหมายถึงการผ่านแอคชั่นไปให้ Player (ผู้เล่น) คนถัดไปในมือนั้น






รอบของการวางเดิมพันรอบที่สาม

เทิร์น

ไพ่ชุมชนใบที่สี่เรียกว่า 'เทิร์น' และรอบของการวางเดิมพันรอบใหม่ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

ไพ่ชุมชนใบที่สี่ ที่เรียกว่าเทิร์น จะถูกแจกโดยหงายหน้าขึ้นหลังจากแอคชั่นทั้งหมดเกิดขึ้นบนโต๊ะแล้ว เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จสิ้น รอบของการวางเดิมพันรอบอีกรอบหนึ่งก็จะเกิดขึ้น ซึ่งคล้ายกับรอบของไพ่ที่แจกก่อนหน้านั้น เป็นอีกครั้งที่ Player (ผู้เล่น) มีทางเลือกในการวางเดิมพัน สู้ หมอบ เก และดู
















รอบของการวางเดิมพันรอบสุดท้าย

ริเวอร์

ไพ่ชุมชนใบสุดท้ายเรียกว่า 'ริเวอร์' ซึ่งจะตามมาด้วยรอบของการวางเดิมพันรอบสุดท้ายและ 'เปิดทั้งหมด' ในที่สุด

 

ไพ่ชุมชนใบที่ห้า เรียกว่าริเวอร์ จะถูกแจกโดยหงายหน้าขึ้นหลังจากแอคชั่นทั้งหมดเกิดขึ้นกับเทิร์นแล้ว เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จสิ้น รอบของการวางเดิมพันรอบอีกรอบหนึ่งก็จะเกิดขึ้น ซึ่งคล้ายกับรอบของไพ่ที่แจกก่อนหน้านั้น เป็นอีกครั้งที่ Player (ผู้เล่น) มีทางเลือกในการวางเดิมพัน สู้ หมอบ เก และดู หลังจากที่แอคชั่นทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว Player (ผู้เล่น) ที่เหลือในมือนั้นที่มีไพ่โฮลก็จะเปิดไพ่ของตัวเองเพื่อหาผู้ชนะ นี่เรียกว่าเปิดทั้งหมด

 

เปิดทั้งหมด

Player (ผู้เล่น) ที่เหลือเปิดไพ่โฮลของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือจาก Dealer (เจ้ามือ) ก็จะมีการระบุมือที่ชนะ Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่ผสมห้าใบที่ดีที่สุดจะชนะเงินกองกลาง

 

Player (ผู้เล่น) ที่เหลือเปิดไพ่โฮลของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือจากDealer  (เจ้ามือ) ก็จะมีการระบุมือที่ชนะ Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่ผสมที่ดีที่สุดที่ชนะเงินกองกลาง  

 

มือโป๊กเกอร์

 

รอยัลฟลัช : รอยัลฟลัช คือการรวมไพ่โป๊กเกอร์ที่ดีที่สุด

ประกอบด้วย A, K, Q, J และ 10 ของไพ่ชุดเดียวกัน

 


 

สเตรทฟลัช:ไพ่ห้าใบเลขเรียงต่อกัน ทั้งหมดเป็นดอกเดียวกัน

ในกรณที่เสมอกัน: ลำดับสูงสุดที่แต้มบนสุดของเลขเรียงชุดนั้นจะชนะ

สเตรทฟลัชที่เป็นไปได้ที่ดีที่สุดรู้จักกันในชื่อว่ารอยัลฟลัช ซึ่งประกอบด้วยเอซ คิง ควีน แจ็ค และสิบที่มีดอกเดียวกัน รอยัลฟลัชเป็นมือที่ไม่แพ้ใคร

 


 

โฟร์ออฟอะไคนด์:ไพ่สี่ใบที่มีลำดับเดียวกัน และไพ่ข้างหนึ่งใบหรือ ‘ตัวคุม’

ในกรณที่เสมอกัน: โฟร์ออฟอะไคนด์ลำดับสูงสุดจะชนะ ในเกมไพ่ชุมชนที่ซึ่ง Player (ผู้เล่น) มีไพ่สี่ใบที่เหมือนกัน ไพ่ข้าง ('ตัวคุม') ใบที่ห้าลำดับสูงสุดจะชนะ

 


 

ฟูลเฮ้าส์:ไพ่สามใบที่มีลำดับเดียวกัน และไพ่สองใบที่เหมือนกันแต่ไม่ใช่ลำดับเดียวกัน

ในกรณที่เสมอกัน: ไพ่สามใบที่เหมือนกันลำดับสูงสุดจะได้เงินกองกลาง ในเกมไพ่ชุมชนที่ซึ่ง Player (ผู้เล่น) มีไพ่สามใบที่เหมือนกัน แต้มสูงสุดของไพ่ที่เหมือนกันสองใบจะชนะ

 


 

ฟลัช: ไพ่ห้าใบที่มีดอกเดียวกัน

ในกรณที่เสมอกัน: Player (ผู้เล่น) ที่ถือไพ่ลำดับสูงสุดจะชนะ ถ้าจำเป็น ไพ่สูงสุดลำดับที่สอง สูงสุดลำดับที่สาม สูงสุดลำดับที่สี่ และสูงสุดลำดับที่ห้า อาจถูกใช้เพื่อหาผู้ชนะได้ ถ้าไพ่ทั้งห้าใบนั้นมีลำดับเดียวกัน เงินกองกลางจะถูกแบ่งครึ่ง ดอกเพียงอย่างเดียวนั้นจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อหาผู้ชนะในโป๊กเกอร์

 


 

สเตรท:ไพ่ห้าใบเรียงลำดับกัน

ในกรณที่เสมอกัน: ไพ่ลำดับสูงสุดที่แต้มบนสุดของเลขเรียงชุดนั้นจะชนะ

หมายเหตุ: เอซอาจถูกนำใช้ที่ด้านบนหรือด้านล่างของลำดับก็ได้ และเป็นไพ่เพียงใบเดียวที่สามารถเล่นแบบนี้ได้ A,K,Q,J,T เป็นสเตรทสูงสุด (มีเอซเป็นแต้มสูงสุด) 5,4,3,2,A เป็นสเตรทต่ำสุด (มีห้าเป็นแต้มสูงสุด)

 


 

ทรีออฟอะไคนด์: ไพ่สามใบที่มีลำดับเดียวกัน และไพ่ข้างสองใบที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

 

ในกรณที่เสมอกัน: ทรีออฟอะไคนด์ลำดับสูงสุดจะชนะ ในเกมไพ่ชุมชนที่ซึ่ง Player (ผู้เล่น) มีไพ่สามใบที่เหมือนกัน ไพ่ข้างลำดับสูงสุด และถ้าจำเป็น ไพ่ข้างสูงสุดเป็นลำดับสองจะชนะ

 


 

ทูแพร์:ไพ่สองใบที่เหมือนกัน ไพ่อีกสองใบก็เหมือนกันแต่ไม่ใช่ลำดับเดียวกัน และไพ่ข้างหนึ่งใบ

ในกรณที่เสมอกัน: คู่ลำดับสูงสุดจะชนะ ถ้า Player (ผู้เล่น) มีคู่สูงสุดเหมือนกัน คู่สูงสุดเป็นลำดับที่สองจะชนะ ถ้า Player (ผู้เล่น) ทั้งสองคนมีคู่สองคู่ที่เหมือนกัน ไพ่ข้างที่สูงสุดจะชนะ

 


 

วันแพร์:ไพ่สองใบที่เหมือนกัน และไพ่ข้างสามใบที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ในกรณที่เสมอกัน: คู่ลำดับสูงสุดจะชนะ ถ้าPlayer  (ผู้เล่น) มีคู่เดียวกัน ไพ่ข้างสูงสุดจะชนะ และถ้าจำเป็น ไพ่ข้างสูงสุดลำดับที่สองและไพ่ข้างสูงสุดลำดับที่สามอาจถูกใช้เพื่อหาผู้ชนะ

 


 

ไฮการ์ด:มือใด ๆ ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ภายใต้ประเภทที่ระบุไว้ข้างต้น

ในกรณที่เสมอกัน: ไพ่สูงสุดจะชนะ และถ้าจำเป็น ไพ่สูงสุดลำดับที่สอง ไพ่สูงสุดลำดับที่สาม ไพ่สูงสุดลำดับที่สี่ และไพ่เล็กสุดอาจถูกใช้เพื่อหาผู้ชนะ

 

ตอนนี้คุณก็เริ่มเล่นได้แล้ว! ขอให้โชคดีและสนุก!!

บทนำ

ซุปเปอร์เท็นเป็นเกมส์ง่ายๆที่ได้ต้นแบบมาจาก Samgong ของจีนหรือสามภาพ ความแตกต่างของซุปเปอร์เท็นกับ samgong คือซุปเปอร์เท็นเป็นการเล่นระหว่างผู้เล่นกับผู้เล่น แต่samgong เป็นการเล่นระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือ

ในเริ่มแรกผู้เล่นแต่ละท่านจะได้รับไพ่ท่านละ2ใบ และจะได้เพิ่มอีก1 ใบ รวมแล้วผู้เล่นแต่ละท่านจะได้ไพ่ทั้งหมดท่านละ3ใบ

Ante

ก่อนเกมส์จะเริ่มขึ้นผู้เล่นทุกจะต้องวางเดิมพัน(Ante)สร้างเงินกองกลางเพื่อทำให้เกมส์น่าสนใจยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของเกมส์

วัตถุประสงค์ของเกมส์คือเพื่อรับชุดไพ่ที่มีแต้มสูงที่สุด ชุดไพ่ที่แต้มสูงที่สุดคือ10 ชุดไพ่แต่ละแต้มจะแสดงด้านล่างนี้

เกมจะเคลื่อนที่ตามเข็มนาฬิกาโดยเริ่มจากด้านซ้ายของปุ่มดีเลอร์(D) (ผู้ชนะก่อนหน้านี้). ก่อนที่เกมส์จะเริ่มผู้เล่นทุกคนต้องวางเดิมพัน Ante (Ante เป็นเงินเดิมพันที่ต้องมีการวางจากผู้เล่นทุกคนก่อนที่เกมส์จะเริ่มต้น) ตามจำนวนที่ได้รับการตัดสินใจในโต๊ะ

ในเกมนี้ผู้เล่นทุกคนจะได้รับไพ่ 2 ใบในตอนเริ่มต้นและจะได้รับอีก 1 ใบหลังจากนั้น ผู้เล่นทุกคนจะมีไพ่ 3 ใบอยู่ในมือและผู้เล่นที่มีชุดไพ่ที่แต้มสูงที่สุดจะเป็นผู้ชนะในรอบนั้น


นี่คือลำดับของชุดไพ่จากแต้มสูงสุด:


1. สามภาพ

ประกอบไปได้ด้วย King, Queen หรือ Jack ในทุกๆดอก (โพแดง, โพดำ, ดอกจิก หรือ ข้าวหลามตัด)

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

2. ซุปเปอร์เท็น

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 10

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

3. สิบแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 20 หรือ 30 ไพ่ Q, J และ K จะมีค่าเท่ากับ 10

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

4. เก้าแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 9

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

5. แปดแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 8

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

6. เจ็ดแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 7

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

7. หกแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 6

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

8. ห้าแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 5

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

9. สี่แต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 4

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

10. สามแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 3

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

11. สองแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 2

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

12. หนึ่งแต้ม

ประกอบไปด้วยไพ่ 3 ใบ รวมกันได้แต้มเท่ากับ 1

ตัวอย่างของการรวมไพ่ :

หมายเหตุ:

ถ้าชุดไพ่ของท่านมีแต้มเป็นเลขสองหลักเช่น 38 เราจะใช้เพียงตัวเลขตัวหลังเป็นการนับแต้มคือ 8, ส่วนไพ่ Q, J และ K จะมีค่าเท่ากับ 10

ถ้าในเกมส์รอบนั้นมีผู้เล่นที่มีแต้มสูงสุดเท่ากันสองท่านขึ้นไป เราจะยึดที่ชุดไพ่ของผู้เล่นท่านใดมีไพ่ที่ใหญ่ที่สุด (K - A)เป็นผู้ชนะ หรือในเกมส์รอบนั้นมีผู้เล่นที่มีแต้มสูงสุดเท่ากันสองท่านขึ้นไปและยังมีไพ่ใบใหญ่ที่สุดเหมือนกัน เราจะยึดที่ดอกของไพ่ (1. โพดำ 2. โพแดง 3. ดอกจิก 4. ข้าวหลามตัด)

ขอให้สนุกกับการเล่นเกมส์ซุปเปอร์เท็น!

โปรแกรมการสอนนี้จะอธิบายถึงการเล่นเกม Domino Dealer หรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกกันว่า CEME เพราะว่าคุณเป็นได้ทั้ง Player(ผู้เล่น) หรือ Dealer(เจ้ามือ) เกมนี้เกือบจะเหมือนกับ Domino QQ  สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ Domino QQ ใช้ไพ่โดมิโน่ 4 ใบ แต่ใน Ceme การเล่นเกมจะใช้ไพ่โดมิโน่เพียง 2 ใบ

 

1- ทำความคุ้นเคยกับไพ่โดมิโน่

มีไพ่โดมิโน่ทั้งหมด 28 ใบในแต่ละรอบของเกม วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะจำไพ่ทั้งหมดได้ก็คือการรวมไพ่เหล่านี้เป็นประเภทของไพ่ 7 ชุดตามที่ได้อธิบายไว้ที่ด้านล่าง:

 

ชุด 0 (ศูนย์) จุด ไพ่รวม 7 ใบและแต่ละใบไม่มีจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง นี่คือไพ่ชุดนี้ :

 

ชุด 1 (หนึ่ง) จุด ไพ่รวม 6 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดใหญ่หนึ่งจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง นี่คือไพ่ชุดนี้ :

ชุด 2 (สอง) จุด ไพ่รวม 5 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสองจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง :

 

ชุด 3 (สาม) จุด ไพ่รวม 4 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสามจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:

ชุด 4 (สี่) จุด ไพ่รวม 3 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสี่จุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:

ชุด 5 (ห้า) จุด ไพ่รวม 2 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดห้าจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง :

ชุด 6 (หก)จุด ไพ่เพียง 1 ใบเท่านั้นที่มีส่วนที่เป็นจุดหกจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:




2 – การเล่นเกม Ceme

 

การแจกไพ่  

เกม Ceme เล่นโดย Player(ผู้เล่น) 2 ถึง 8 คน (เก้าอี้ดำ) และ Player(ผู้เล่น) หนึ่งคนจะทำหน้าที่เป็น Dealer(เจ้ามือ) (เก้าอี้แดง) ถ้าไม่มีใครทำหน้าที่เป็น Dealer(เจ้ามือ) เกมก็จะไม่เริ่มขึ้นจนกว่าจะมีใครรับหน้าที่นี้

การดูไพ่ของคุณ

เมื่อ Player (ผู้เล่น) ได้รับแจกไพ่สองใบแล้ว Player (ผู้เล่น) ก็จะได้รับโอกาสที่จะดูไพ่ที่พวกเขาได้รับ หลังจากที่หมดเวลาดูไพ่แล้ว Player (ผู้เล่น) จะต้องหงายไพ่บนโต๊ะ

 

 

การเปิดไพ่

หลังจากที่ไพ่ของ Player (ผู้เล่น) ทุกคนและ Dealer (เจ้ามือ) ถูกหงายบนโต๊ะแล้ว จะมีการคำนวณระหว่างไพ่ของ Dealer (เจ้ามือ) และไพ่ของ Player (ผู้เล่น) ไพ่ที่มีแต้มสูงกว่าจะชนะเกมนั้น

 

ไม่รู้ว่าใครชนะบนโต๊ะนี้ใช่หรือไม่ ดูคำอธิบายที่ด้านล่าง



วิธีคำนวณผู้ชนะไพ่ Ceme

หากต้องการนับแต้มในเกมนี้ ก็แค่นับจุดทุกจุดบนไพ่แต่ละใบทางซ้ายมือ และรวมแต้มนั้นกับจำนวนจุดทุกจุดทางด้านขวามือ

จำไว้ว่าแต้มสูงสุดก็คือ 9 ถ้าผลการนับแต้มนั้นเกิน 10, 20 หรือ 30 ตัวเลขที่จะถูกใช้ก็จะมาจากตัวเลขหน่วยสุดท้ายของผลรวมนั้น นี่คือตัวอย่างวิธีนับไพ่ :

0 + 4 = 4                      8 + 2 = 10                      6 + 6 = 12                   10 + 11 = 21          

แต้มที่นับได้ = 4                        แต้มที่นับได้ = 0                        แต้มที่นับได้ = 2                       แต้มที่นับได้ = 1

การพิจารณาผู้ชนะ

ใน Ceme ผู้ชนะจะตัดสินจากแต้มสูงสุด ดูตัวอย่างที่ด้านล่างหากต้องการคำอธิบายอย่างละเอียด ในตัวอย่างนี้ Player(ผู้เล่น) จะถูกทำเครื่องหมายด้วยสี่เหลี่ยมสีฟ้า และ Dealer(เจ้ามือ) ถูกทำเครื่องหมายด้วยสี่เหลี่ยมสีแดง :

 

Player (ผู้เล่น) ชนะ

ถ้าตัวเลขไพ่ของPlayer (ผู้เล่น) มากกว่า Dealer (เจ้ามือ) Dealer (เจ้ามือ) ก็จะจ่ายจำนวนเงินเดิมพันของ Player (ผู้เล่น)

 

Dealer (เจ้ามือ) ชนะ

เมื่อตัวเลขไพ่ของ Dealer (เจ้ามือ) มากกว่า Player (ผู้เล่น) Dealer (เจ้ามือ) ก็จะรวบเงินเดิมพันของ Player (ผู้เล่น)

เสมอ - Dealer (เจ้ามือ) ชนะ

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะเสมอถ้า Dealer (เจ้ามือ) มีแต้มเท่ากับ Player (ผู้เล่น)

ไพ่ Q - Player (ผู้เล่น) ชนะ

Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่ 9  Dealer (เจ้ามือ) ต้องจ่ายสองเท่าของเดิมพันของ Player (ผู้เล่น)

ไพ่ Q - Dealer (เจ้ามือ) ชนะ

Dealer (เจ้ามือ) ที่มีไพ่ 9    Dealer (เจ้ามือ) รวบเดิมพันทั้งหมดของ Player (ผู้เล่น) แม้ว่า Player (ผู้เล่น) จะมีตัวเลขสูงสุดก็ตาม

 

3 - ไพ่พิเศษสำหรับแจ็คพอต

ไพ่พิเศษใน cemeใช้สำหรับแจ็คพอตเท่านั้น เนื่องจากไพ่พิเศษจะต้องเป็นไพ่ 4 ใบเพื่อที่จะได้รางวัลแจ็คพอต ไพ่ผสมที่ชนะจะเป็นไพ่ของ Dealer(เจ้ามือ) และไพ่ของ Player(ผู้เล่น)

 

ถ้าคุณเป็น Dealer (เจ้ามือ) และคุณต้องการรับแจ็คพอต คุณต้องซื้อแจ็คพอตสำหรับ Player (ผู้เล่น) แต่ละคนบนโต๊ะ(รวมท้งตัวคุณเอง) เป็นการเพิ่มโอกาสที่คุณจะได้รับมากกว่าหนึ่งแจ็คพอต

 

ถ้าคุณเป็น Player (ผู้เล่น) คุณเพียงแค่ต้องซื้อแจ็คพอตให้ตัวคุณเอง

 

หมายเหตุ : ถ้าไพ่ที่รวมกันระหว่าง Player (ผู้เล่น) และ Dealer (เจ้ามือ) ตรงกับไพ่พิเศษชุดหนึ่งชุดใดที่ด้านล่างนี้ แจ็คพอตก็จะถูกมอบให้กับ Player (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) ที่ได้ซื้อแจ็คพอตในรอบนั้น

 

1 - ซิกซ์ก็อด (6666)

มีไพ่เพียง 4 ใบเท่านั้นจากไพ่โดมิโน่ทั้งหมด 28 ใบที่มีจำนวนหกจุดในไพ่นั้น Player (ผู้เล่น) และ Dealer (เจ้ามือ) ต้องมีไพ่ผสมชุดนี้

2 - ทวินซีรีย์

ด้านบนและด้านล่างมีจำนวนจุดเท่ากันรวมทั้งจุดเปล่า Player (ผู้เล่น) และ Dealer (เจ้ามือ) ต้องมีไพ่ผสมชุดนี้

3 - เพียวบิ๊ก

ลำดับที่สามในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีจุดทั้งหมดระหว่าง 39 และ 43 คุณก็จะมี

ไพ่เพียวบิ๊กไม่มี Player (ผู้เล่น) คนอื่นๆ ที่จะมีไพ่ใหญ่เดียวกัน Player (ผู้เล่น) และ Dealer (เจ้ามือ) ต้องมีไพ่ผสมชุดนี้

4 - เพียวสมอลล์

ลำดับที่สี่ในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีจุดทั้งหมดระหว่าง 6 ถึง 9 คุณก็จะมีไพ่เพียวสมอลล์ไม่มี Player  (ผู้เล่น) คนอื่นๆ ที่จะมีไพ่เล็กชุดเดียวกันอย่างนี้ Player  (ผู้เล่น) และ Dealer  (เจ้ามือ) ต้องมีไพ่ผสมชุดนี้

 

ตอนนี้คุณก็เริ่มเล่นได้แล้ว! ขอให้โชคดีและสนุก!!

วิธีเล่น CAPSA

ใน Capsa ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่ 13 ใบ ผู้เล่นจะต้องเรียงไพ่ให้ได้ 3 ระดับ/บรรทัด บรรทัดแรกประกอบด้วยไพ่ห้าใบ บรรทัดที่สองประกอบด้วยไพ่ห้าใบ และบรรทัดที่สามประกอบด้วยไพ่สามใบ การผสมของมือที่ชนะจะขึ้นอยู่กับไพ่ผสมมือโป๊กเกอร์ ตัวอย่าง แพร์ ทูแพร์สเตรท ฟลัช ฯลฯ...

 

ในเกมนี้คุณสามารถเล่นเป็น Dealer (เจ้ามือ) หรือPlayer (ผู้เล่น) ก็ได้

















วิธีเล่น Capsa - ในฐานะDealer (เจ้ามือ)

ถ้าคุณต้องการนั่งเป็น Dealer (เจ้ามือ) ให้คลิกที่ที่นั่งด้านบนสุดตามรูปนี้ ถ้าคุณคลิกและนั่งลงแล้ว ให้นั่งอยู่ตรงนั่นแล้วรอให้ Player (ผู้เล่น) / Player (ผู้เล่น) คนอื่นๆ เข้ามาร่วมเล่นที่โต๊ะของคุณ แล้วเกมก็จะเริ่มขึ้น

 

 

คลิกที่ปุ่ม 'พร้อม' เมื่อคุณเรียงไพ่เสร็จแล้ว หรือคลิกปุ่ม 'รีเซ็ต' เพื่อยกเลิกการเรียงไพ่แล้วจึงเรียงไพ่ใหม่

 

ถ้าคุณต้องการออกจากหรือจบเกม คลิกปุ่ม 'ลุกขึ้น' เพื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้










วิธีเล่น Capsa - ในฐานะPlayer (ผู้เล่น)

ถ้าคุณต้องการเล่นเป็นPlayer (ผู้เล่น) (ไม่ใช่ Dealer (เจ้ามือ)) ให้เลือกและคลิกที่เก้าอี้ว่าง/เก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่ง และโปรดรอจนกระทั่งเกมเริ่มขึ้นก่อนที่จะวางเดิมพันของคุณ

 

เดิมพันขั้นต่ำของคุณจะต้องเป็นไปตามกฎเดิมพันขั้นต่ำบนโต๊ะที่คุณเข้าไป ถ้าคุณวางเดิมพันแล้ว เกมจะเริ่มโดยอัตโนมัติและจะมีการแจกไพ่

การวางเดิมพันขั้นต่ำสำหรับ Capsa คือ 1000 และสูงสุด 150000



คลิกปุ่ม 'พร้อม' เมื่อคุณเรียงไพ่เสร็จแล้ว หรือคลิกปุ่ม 'รีเซ็ต' เพื่อยกเลิกการเรียงไพ่แล้วจึงเรียงไพ่ใหม่

คลิกปุ่ม เพื่อดูไพ่ของคุณที่เรียงลำดับจากแต้มเล็กไปแต้มใหญ่

คลิก เพื่อดูไพ่ของเราตามสัญลักษณ์/ดอกเดียวกัน

 

* ถ้าคุณได้ไพ่พิเศษ (ดรากอนการ์ด สเตรทฟลัช หรือ โฟร์ออฟอะไคนด์) ไพ่ในมือนี้จะถือว่าชนะในรอบนั้น โดยไม่ต้องแข่งกับไพ่สามระดับ ตราบเท่าที่การเรียงไพ่นั้นไม่ผิด (ใช้กับ Dealer (เจ้ามือ) และPlayer (ผู้เล่น))

 

ไพ่ผสมมือโป๊กเกอร์

ไฮการ์ด    : ไพ่ที่มีแต้มสูงสุดในบรรทัดที่ไม่มีการผสมไพ่แบบอื่น แต้มสูงสุดคือเอซ

แพร์               : ไพ่สองใบที่มีตัวเลข/ลำดับเหมือนกัน (เช่น 3 โพดำ และ 3 ข้าวหลามตัด)

ทูแพร์         : สองคู่ในบรรทัดเดียว (เช่น 8 โพดำ 8 ข้าวหลามตัด และ 3 โพดำ และ 3 ข้าวหลามตัด)

ทรีออฟอะไคนด์: ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกันสามใบ (เช่น 3 โพดำ และ 3 ข้าวหลามตัด)

สเตรท        : ไพ่ห้าใบที่มีแต้ม/ลำดับเรียงต่อกัน (เช่น 2, 3, 4, 5, 6)

ฟลัช           : ไพ่ห้าใบที่มีดอกเดียวกัน (เช่น ไพ่ข้าวหลามตัด 5 ใบ)

ฟูลเฮ้าส์ : ทรีออฟอะไคนด์และหนึ่งคู่ในมือเดียวกัน (เช่น 3,3,3,5,5 )

โฟร์ออฟอะไคนด์: ไพ่สี่ใบที่มีลำดับเดียวกัน (เช่น, 4,4,4,4, เอซ)

สเตรทฟลัช : ไพ่ห้าใบที่มีแต้มเรียงต่อกันและมีดอกเดียวกัน (เช่น, 2.3,4,5,6 โพดำ)

รอยัลฟลัช : ไพ่ห้าใบที่มีแต้มเรียงต่อกันและมีดอกเดียวกันโดยมีเอซอยู่ด้วย (เช่น 10,J,Q,K, เอซ โพแดงทั้งหมด)







ไพ่ผสมพิเศษ (ชนะถ้าเรียงได้ถูกต้อง):

  1. Capsa (ดรากอนการ์ด)

ดรากอนการ์ดเป็นมือสูงสุดที่เป็นไปได้ในเกม CAPSA

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) มีดรากอนการ์ด (Capsa) รางวัลที่ได้จะเป็น 2.5 เท่าจากเดิมพันทั้งหมด

ตัวอย่าง เดิมพัน 5000 Dealer (เจ้ามือ) หรือPlayer(ผู้เล่น) จะต้องจ่าย 12,500

ตัวอย่าง ดรากอนการ์ด: 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, J, Q, K, A (ไพ่ 13 ใบในมือของคุณ)

 

2. สเตรทฟลัช

สเตรทฟลัชเป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่สอง

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) ได้สเตรทฟลัช เงินที่จ่ายจะเป็นสองเท่าจากเดิมพันทั้งหมด

ตัวอย่าง เดิมพัน 5000 Dealer (เจ้ามือ) หรือPlayer (ผู้เล่น) จะต้องจ่าย 10,000

ตัวอย่าง สเตรทฟลัช: A, 2, 3, 4, 5 (ชุดแต้มเรียงต่อกันดอกเดียวกัน)

 

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) สองคนมีสเตรทฟลัชลำดับเดียวกันเหมือนกัน จะตัดสินผู้ชนะด้วยดอกที่สูงกว่า การจัดลำดับของดอก (สูงสุดไปต่ำสุด): โพดำ โพแดง ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด

 

3. โฟร์ออฟอะไคนด์

โฟร์ออฟอะไคนด์เป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่สาม

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) มีโฟร์ออฟอะไคนด์ การจ่ายเงินจะเป็น 1.5 เท่าจากเดิมพันทั้งหมด

ตัวอย่าง เดิมพัน 5000 Dealer (เจ้ามือ) หรือPlayer (ผู้เล่น) จะต้องจ่าย 7,500

ตัวอย่าง โฟร์ออฟอะไคนด์: 5, 5, 5, 5, K



ไพ่ผสมปกติ:

 

4. ฟูลเฮ้าส์:

ฟูลเฮ้าส์เป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่สี่

ฟูลเฮ้าส์จะเรียงลำดับโดยการเปรียบเทียบทรีออฟอะไคนด์ของแต่ละมือเพื่อพิจารณาผู้ชนะ

 

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): 7 7 7 K K (ฟูลเฮ้าส์ 7)

Player (ผู้เล่น): A AA 2 2 (ฟูลเฮ้าส์ เอซ)

Player (ผู้เล่น) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่าPlayer (ผู้เล่น) มีฟูลเฮ้าส์ เอซ

 

5. ฟลัช:

ฟลัชเป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่ห้า

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) สองคนมีฟลัช Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่ลำดับสูงสุดจะชนะ แต่ถ้าลำดับนั้นเหมือนกัน ก็จะต้องเปรียบเทียบดอก

การจัดลำดับของดอก (สูงสุดไปต่ำสุด): โพดำ โพแดง ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): A, 8, 9, 10, J (ดอกเดียวกัน)

Player (ผู้เล่น): K, 7, 2, 3, 6 (ดอกเดียวกัน)

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่า Dealer (เจ้ามือ) มีฟลัชที่มีเอซเป็นไพ่ลำดับสูงสุด ในขณะที่ Player (ผู้เล่น) มีฟลัชที่มีคิงเป็นไพ่ลำดับสูงสุด

 

6. ไพ่สเตรท:

สเตรทเป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่หก

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือDealer (เจ้ามือ) มีสเตรทบนสำรับหลังสุด สเตรทจะถูกจัดลำดับโดยการเปรียบเทียบไพ่ลำดับสูงสุดของแต่ละฝ่าย

 

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ) : 5, 6, 7, 8, 9

Player (ผู้เล่น) : A, 2 , 3 , 4, 5

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะในแมทช์นี้เพราะว่า Dealer(เจ้ามือ) มีสเตรทไปจนถึง 9 ในขณะที่Player (ผู้เล่น) มีสเตรทไปจนถึง 5

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) มีไพ่สูงสุดใบเดียวกัน ผู้ชนะจะตัดสินใจจากดอกที่สูงที่สุดของไพ่

ตัวอย่าง:

Dealer (เจ้ามือ) : 5, 6, 7, 8, 9 ( ไพ่สัญลักษณ์ 9 คือ  )

Player (ผู้เล่น) : 5, 6, 7, 8, 9 ( ไพ่สัญลักษณ์ 9 คือ   )

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะในแมทช์นี้เพราะว่า Dealer (เจ้ามือ) มีสัญลักษณ์  ซึ่งเป็นลำดับสูงสุดเมื่อเทียบกับสัญลักษณ์ดอกจิก

 

7. ทรีออฟอะไคนด์:

ทรีออฟอะไคนด์เป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่เจ็ด

 

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): 7 7 7 K 8 (7 ทรีออฟอะไคนด์)

Player (ผู้เล่น): 5 5 5 K A (5 ทรีออฟอะไคนด์)

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะในแมทช์นี้เพราะว่า Dealer (เจ้ามือ) มี 7 ทรีออฟอะไคนด์

 

8. ทูแพร์:

ทูแพร์เป็นไพ่ผสมสูงสุดลำดับที่แปด

ถ้า Player (ผู้เล่น) และ/หรือ Dealer (เจ้ามือ) แต่ละฝ่ายต่างก็มีทูแพร์ จะจัดลำดับโดยการเปรียบเทียบแพร์ที่มีลำดับสูงกว่าเพื่อพิจารณาผู้ชนะ

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): 7 7 K K 8 (ทูแพร์ K และ 7)

Player (ผู้เล่น): 9 9 2 2 A (ทูแพร์ 9 และ 2)

Dealer (เจ้ามือ) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่า Dealer (เจ้ามือ) มีคู่ที่สูงกว่าด้วยคู่ K

ถ้า Player (ผู้เล่น) หรือDealer (เจ้ามือ) มีทูแพร์เดียวกัน ผู้ชนะจะตัดสินจากดอกของคู่ที่สูงกว่า การจัดลำดับของดอก (สูงสุดไปต่ำสุด): โพดำ โพแดง ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด

 

9. ไพ่คู่:

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือDealer (เจ้ามือ) มีไพ่คู่ คู่ที่ลำดับสูงกว่าจะเป็นตัวกำหนดผู้ชนะ

 

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): K K8 (คู่ K)

Player (ผู้เล่น): A A 5 (คู่ A)

Player (ผู้เล่น) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่าPlayer (ผู้เล่น) มีคู่ A

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) มีคู่ที่ลำดับเดียวกัน ผู้ชนะจะตัดสินโดยการเปรียบเทียบดอกของคู่ การจัดลำดับของดอก (สูงสุดไปต่ำสุด): โพดำ โพแดง ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด

 

10. ไฮการ์ด:

ถ้า Player (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) มีมือไฮการ์ด ลำดับที่สูงสุดของไพ่จะเป็นตัวกำหนดผู้ชนะ ในกรณีที่เสมอกัน จะมีการเปรียบเทียบไพ่สูงสุดลำดับถัดไป

 

ตัวอย่าง

Dealer (เจ้ามือ): A 10 5 (ไฮการ์ด A)

Player (ผู้เล่น): A 10 6 (ไฮการ์ด A)

Player (ผู้เล่น) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่า Player (ผู้เล่น) มีไฮการ์ด A ต่อด้วย 10 และ 6

ถ้าPlayer (ผู้เล่น) หรือ Dealer (เจ้ามือ) มีไพ่ลำดับเดียวกัน ผู้ชนะจะตัดสินจากดอกของไพ่ลำดับสูงสุด

Dealer (เจ้ามือ): A 10 5 (ไฮการ์ด A พร้อมสัญลักษณ์โพแดง)

Player (ผู้เล่น): A 10 5 (ไฮการ์ด A พร้อมสัญลักษณ์ดอกจิก)

Dealer  (เจ้ามือ) จะชนะแมทช์นี้เพราะว่า Dealer (เจ้ามือ) มีสัญลักษณ์โพแดงซึ่งเป็นลำดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสัญลักษณ์ดอกจิก

การจัดลำดับของดอก (สูงสุดไปต่ำสุด): โพดำ โพแดง ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด



ตอนนี้คุณก็เริ่มเล่นได้แล้ว! ขอให้โชคดีและสนุก!!

โปรแกรมการสอนนี้จะสอนให้คุณรู้ถึงพื้นฐานการเล่น 99 domino การนับไพ่ กฎเกณฑ์ และสิ่งที่คุณต้องการเพื่อที่จะกลายมาเป็น Player (ผู้เล่น) ของ 99 domino

1- ทำความคุ้นเคยกับไพ่โดมิโน่

มีไพ่โดมิโน่ทั้งหมด 28 ใบในแต่ละรอบของเกม (Player (ผู้เล่น) สูงสุด 6 คน Player (ผู้เล่น) แต่ละคนจะได้รับไพ่ 4 ใบ) ไพ่แต่ละใบมีด้านบนและด้านล่างที่แบ่งด้วยเส้นตรงกลาง และไพ่แต่ละใบมีจำนวนจุดต่างกัน จุดแต่ละจุดบ่งบอกแต้มของไพ่ วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะจำไพ่ทั้งหมดก็คือการรวมไพ่เหล่านี้เป็นประเภทของไพ่ 7 ชุดตามที่ได้อธิบายไว้ที่ด้านล่าง :

 

ชุด 0 (ศูนย์) จุด ไพ่รวม 7 ใบและแต่ละใบไม่มีจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง นี่คือไพ่ชุดนี้ :

 

ชุด 1 (หนึ่ง) จุด ไพ่รวม 6 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดใหญ่หนึ่งจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง นี่คือไพ่ชุดนี้ :

ชุด 2 (สอง) จุด ไพ่รวม 5 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสองจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง :

ชุด 3 (สาม) จุด ไพ่รวม 4 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสามจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:

ชุด 4 (สี่)จุด ไพ่รวม 3 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดสี่จุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:

ชุด 5 (ห้า) จุด ไพ่รวม 2 ใบและแต่ละใบมีส่วนที่เป็นจุดห้าจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง :

ชุด 6 (หก)จุด ไพ่เพียง 1 ใบเท่านั้นที่มีส่วนที่เป็นจุดหกจุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง:

 

การนับไพ่

หากต้องการนับแต้มในเกมนี้ ก็แค่นับจุดทุกจุดบนไพ่แต่ละใบทางซ้ายมือ และรวมแต้มนั้นกับจำนวนจุดทุกจุดทางด้านขวามือ

 

จำไว้ว่าแต้มสูงสุดก็คือ 9 ถ้าผลการนับแต้มนั้นเกิน 10, 20 หรือ 30 ตัวเลขที่จะถูกใช้ก็จะมาจากตัวเลขหน่วยสุดท้ายของผลรวมนั้น นี่คือตัวอย่างวิธีนับไพ่ :

              0 + 4 = 4                      8 + 2 = 10                      6 + 6 = 12                   10 + 11 = 21          

        แต้มที่นับได้ = 4             แต้มที่นับได้ = 0                &ต้มที่นับได้ = 2               แต้มที่นับได้ = 1

 

ผลการนับ

ใน Domino QQ Player (ผู้เล่น) แต่ละคนได้รับไพ่โดมิโน่ 4 ใบที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน และเรียกไพ่สองใบทางซ้ายว่า 'ด้านซ้าย” และไพ่สองใบทางขวาว่า “ด้านขวา”

 

ในเกมนี้ แต้มของไพ่ของคุณคือด้านซ้าย : ด้านขวา ดูตัวอย่างที่ด้านล่างหากต้องการรายละเอียด ตัวเลขสีขาวแสดงแต้มของไพ่สองใบทางด้านซ้ายและด้านขวา

 

Player (ผู้เล่น) 1                                    Player (ผู้เล่น) 2                                  Player (ผู้เล่น) 3

        แต้มที่นับได้  : 9 4                                 แต้มที่นับได้  : 9 8                      แต้มที่นับได้  : 4 3

                      แพ้                                                 ชนะ                                             แพ้

 

หมายเหตุ:

คุณไม่จำเป็นต้องนับจุดแต่ละจุดของไพ่ในขณะที่เล่นอยู่ในเกม แต้มทางด้านซ้ายและแต้มทางด้านขวาจะแสดงให้เห็นโดยอัตโนมัติบนเกม แต้มทางด้านซ้ายจะมากกว่าแต้มทางด้านขวา หรือทั้งสองด้านที่มีแต้มเดียวกันในเกมไพ่ 99 Domino 4 ใบ มีไพ่ที่ผสมกันอยู่เป็นพิเศษ 5 ใบนอกเหนือไปจากแต้มของไพ่ปกติ

 

3 - ไพ่พิเศษ

ไพ่พิเศษเหล่านี้ที่แสดงไว้เป็นไพ่ที่ดีที่สุดในเกมโดมิโน่ ไพ่พิเศษเหล่านี้ยังใช้กับการชนะรางวัลแจ็คพอตอีกด้วย Player (ผู้เล่น) ที่มีไพ่พิเศษนี้จะได้รับรางวัลแจ็คพอตโดยขึ้นอยู่กับการซื้อแจ็คพอตและรางวัล ดูกฎเกณฑ์และรางวัลแจ็คพอตจากเมนูแจ็คพอต

 

1 - ซิกซ์ก็อด (6666)

ลำดับสูงสุดในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีไพ่เหล่านี้ คุณชนะเกมนี้อย่างแน่นอน ไม่มีPlayer (ผู้เล่น) คนอื่นที่จะมีไพ่แบบนี้

2 - ทวินซีรีย์

ลำดับที่สองในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีไพ่เหล่านี้สี่ใบ ไม่มี Player (ผู้เล่น) คนอื่นที่จะมี

ไพ่แผดแบบเดียวกัน คุณจะชนะเกมนี้ เว้นเสียแต่ว่า Player (ผู้เล่น) คนอื่นมีไพ่ 6666

3 - เพียวบิ๊ก

ลำดับที่สามในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีจุดทั้งหมดระหว่าง 39 และ 43 คุณก็จะมี

ไพ่เพียวบิ๊กไมี่มี Player (ผู้เล่น) คนอื่นที่จะมีไพ่ใหญ่อย่างเดียวกัน คุณจะชนะเกมนี้ เว้นเสียแต่ว่า

Player (ผู้เล่น) คนอื่นมี 6666 หรือทวินซีรีย์ เช่นเดียวกับตัวอย่างที่ด้านล่าง จุดรวมทั้งหมดคือ 41 ดังนั้นซีรีย์นี้จึงพิจารณว่าเป็นไพ่เพียวบิ๊ก

4 - เพียวสมอลล์

ลำดับที่สี่ในไพ่พิเศษ ถ้าคุณมีจุดทั้งหมดระหว่าง 6 ถึง 9 ไพ่ของคุณคือไพ่เพียวสมอลล์ไม่มี Player (ผู้เล่น) คนอื่นที่จะมีไพ่เล็กชุดเดียวกันอย่างนี้ และคุณก็จะชนะเกมนี้ นอกเสียจากว่า Player (ผู้เล่น) คนอื่นมี 6666 ทวินซีรีย์ และเพียวบิ๊ก

5 - ดับเบิ้ล 9

ไพ่พิเศษสุดท้ายคือดับเบิ้ล 9 หรือ QQ ซึ่งเป็นแต้มรวมของไพ่สองใบทางด้านซ้าย และด้านขวาคือ 9 ดังนั้นคุณจึงได้ไพ่ 99 ซึ่งเป็นแต้มสูงสุดในไพ่ปกติ Player  (ผู้เล่น) คนอื่นอาจมีไพ่ 9 อย่างเดียวกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นเงินกองกลางที่ได้ก็จะถูกแบ่งกันไป


ตอนนี้คุณก็เริ่มเล่นได้แล้ว! ขอให้โชคดีและสนุก!!

ความรู้เบื้องต้น

โอมาฮ่า คือพ็อคเก็ต การ์ด คล้ายกับเกมส์โป๊กเกอร์ ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่คว่ำลง 4 ใบ ผู้เล่นสามารถเรียงชุดไพ่โดยการใช้ไพ่ 2 ใบ จากไพ่ที่ได้รับทั้งหมด 4 ใบ และไพ่ 3 ใบจากไพ่กองกลาง ทั้งหมด 5 ใบที่อยู่บนโต๊ะ

ปุ่มดีลเลอร์ (เจ้ามือ)

เป็นปุ่มที่ถูกกำหนดโดยปุ่มดิสก์ เกมส์จะดำเนินโดยวนตามเข็มนาฬิกา โดยผู้เล่นคนถัดไปจากเจ้ามือ หรือผู้เล่นที่ยังอยู่ในเกมส์จะเป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่จะได้รับการกระทำในรอบก่อน Flop

The Blinds

ทุกรอบของการเริ่มเดิมพัน ผู้เล่นสองท่านที่ถัดจากตำแหน่ง Dealer (เจ้ามือ) จำเป็นต้องวางเงินก่อน ซึ่งรู้จักกันในตำแหน่ง Small Blinds และ Big Blinds ผู้เล่นตำแหน่ง Big Blinds ต้องวางเงินเป็นหนึ่งเท่าของ Small Blinds หากการเล่นโอมาฮ่า ไม่มีการวางเงินค่า Blinds เกมส์จะดูน่าเบื่อมาก ฉะนั้นแล้วทุกรอบของการเริ่มเดิมพันเกมส์ จึงจำเป็นจะต้องมีการวางเงินค่า Blinds นั่นเอง

Antes (บังคับวางเดิมพัน)

ในเกมส์ Pot Limit โอมาฮ่า ผู้เล่นแต่ละท่านที่เข้าร่วมในการเล่นของแต่ละโต๊ะ จำเป็นต้องวางเงินพันเดิมที่กำหนด ก่อนที่จะมีการแจกไพ่ ในการวางเงินเดิมพันที่กำหนfจะถูกวางก่อน การวางเงินค่า Blinds

Pot-Limit

การเดิมพันขั้นต่ำใน Pot Limit is จะมีจำนวนเท่ากับราคาค่า Big blind

การเพิ่มเงินเดิมพันพิ่มขั้นต่ำ:จำนวนเงินที่เพิ่มต้องมีอย่างน้อยเท่ากับการเดิมพันก่อนหน้า หรือในรอบเดียวกัน

การเพิ่มเงินเดิมพันสูงสุด:คือการเอาจำนวนเงินกองกลางซึ่งเป็นจำนวนเงินรวมทั้งหมดของเงินเดิมพันบนโต๊ะ บวกกับจำนวนเงินเรียกของผู้เล่นก่อนหน้าและบวกกับจำนวนเงินของผู้เล่นเองที่ต้องมีจำนวนเท่ากับจำเงินเรียกของผู้เล่นก่อนหน้า

ตัวอย่างเช่น:ค่า Big Blind คือ 1,000 หลังจากไพ่ 3 ใบถูกจ่ายออก เงินกองกลางคือ 3,000. ผู้เล่นที่1 วางเดิมพัน 2,000 และ ผู้เล่นที่2 สามารถเพิ่มเงินเดิมพันสูงสุดคือ 9,000 นั้นคือผู้เล่นที่2 เรียก 2,000 บวกกับเงินเพิ่มเดิมพัน “ จำนวนเงินกองกลางรวม ” ซึ่งเท่ากับ: 3,000(กองกลาง) +2,000(จำนวนเงินเดิมพันของผู้เล่นที่1) +2,000(จำนวนเงินเดิมพันของผู้เล่นที่2 ที่เรียกตาม) = 7,000(จำนวนเงินกองกลางทั้งหมด)

การเล่นเกม

  • จำเป็นต้องวางเงินเดิมพันบังคับและค่า Blinds
  • ไพ่ 4 ใบ (ส่วนตัว) จะถูกแจกให้กับผู้เล่นแต่ละคน
  • รอบการเดิมพันที่1 เริ่มจากผู้เล่นที่อยู่ถัดจากปุ่มดีลเลอร์ไปตามเข็มนาฬิกา
  • “Flop” ไพ่สามใบแรกบนโต๊ะ, เป็นไพ่กองกลางที่ผู้เล่นต้องใช้เพื่อรวมชุดไพ่
  • รอบการเดิมพันรอบที่2 เริ่มต้นจากผู้เล่นที่ยังคงอยู่ในเกมส์ ที่อยู่ถัดจากจากปุ่มดีลเลอร์
  • “Turn” ไพ่ใบที่ 4 จะถูกจ่ายออกหลังจากการเดิมพันรอบ Flop เสร็จสิ้น
  • รอบการเดิมพันรอบที่3 เริ่มต้นขึ้น
  • “River” ไพ่ใบที่ 5 จะถูกจ่ายออกหลังจากการเดิมพันรอบTurn เสร็จสิ้น
  • รอบการเดิมพันรอบที่4 และรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้น

รอบการเดิมพัน

ผู้เล่นจะเปลี่ยนการกระทำทีละครั้งตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากผู้เล่นที่อยู่ถัดจากที่ปุ่มดีลเลอร์ หรือถัดจากปุ่ม Big Blind (รอบการเดิมพันที่1) ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งการกระทำจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ :

Check(ผ่าน):ไม่เลือกการกระทำใดๆ และให้ผู้เล่นถัดไปได้กระทำต่อไป ในการกระทำนี้สามารถดำเนินการได้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีการวางเงินเดิมพัน / เพิ่มเงินเดิมพัน

Call(เรียก):เป็นจำนวนเดิมพัน / เพิ่มเงินเดิมพัน จากผู้เล่นท่านอื่น

Bet/Raise(เดิมพัน/เพิ่มเงินเดิมพัน):เพิ่มเงินเดิมพันภายในวงเงินที่จำกัดของเกมส์

Fold(ทิ้งไพ่):ทิ้งไพ่ในมือของคุณ ซึ่งคุณจะไม่สามรถเรียกร้องสิทธิ์ใดๆได้

รอบการเปิดไพ่

หลังจากรอบการวางเดิมพันครั้งสุดท้ายผู้เล่นทุกคนที่ยังคงอยู่ในการแข่งขัน จะต้องเปิดไพ่ในมือเปรียบเทียบมือไพ่ และไพ่ของผู้เล่นที่ดีที่สุดจะปรากฏขึ้น ผู้เล่นคนใดที่มีชุดไพ่ 5 ใบที่มีคะแนนสูงที่สุด จะชนะและได้รับเงินกองกลาง

มือไพ่ที่ชนะ

ผู้ชนะจะเป็นผู้เล่นที่มีชุดไพ่โป๊กเกอร์ 5ใบ ที่ดีที่สุด โดยใช้ 2 ใบในมือไปรวมกับไพ่อีก 3 ใบบนโต๊ะ

ชุดไพ่โป๊กเกอร์: เริ่มต้นจากมือที่มีค่าสูงสุดไปจนถึงการรวมมือต่ำสุด

1. รอยัลฟลัช: รอยัลฟลัชคือชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่ดีที่สุด


ประกอบด้วย Ace, King, Queen, Jack และ 10 ดอกเดียวกัน

2. เสตรทฟลัช: ไพ่ห้าใบเรียงลำดับ ดอกและสีเดียวกัน


กรณีที่มีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่ใดที่มีการเรียงจากจำนวนที่มากที่สุดจะเป็นชุดไพ่ชนะ

3. โฟร์ออฟคายด์: ไพ่สี่ใบที่มีแต้มเหมือนกัน และไพ่อีกหนึ่งใบ ‘เดี่ยว’


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: วัดกันที่ไพ่สี่ใบที่เหมือนกัน ใครใหญ่กว่ากัน

4. ฟูลเฮ้าส์: ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกันสามใบ และมีแต้มเหมือนกันอีกสองใบ


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ในกรณีที่ผู้เล่นมีชุดไพ่ฟูลเฮ้าส์เหมือนกัน จะวัดกันที่แต้มของไพ่สองใบที่เหมือนกัน

5. ฟลัช: ไพ่ห้าใบที่มีดอกและสีเดียวกัน


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ผู้เล่นที่ถือชุดไพ่ฟลัชที่มีชุดใหญ่สุดจะเป็นชุดไพ่ชนะ ในกรณีที่จำเป็น, ผู้เล่น 2-5 มีชุดไพ่ฟลัชที่สูงสุดเหมือนกันสามารถเป็นโมฆะ ในโอมาฮ่าการจัดอันดับชุดไพ่ชนะจะไม่นับจากดอกของไพ่แต่จะดูที่แต้มสูงสุดของชุดไพ่ ถึงแม้ในเกมส์โป๊กเกอร์จะไม่เคยใช้

6. เสตรท:ไพ่ห้าใบเรียงลำดับกัน


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่เสตรทที่เรียงกันจากลำดับสูงสุดเป็นชุดไพ่ชนะ หมายเหตุ: Ace สามารถเป็นได้ทั้งเป็นจำนวนสูงสุดหรือต่ำสุดก็ได้ และเป็นเพียงไพ่เดียวที่ Aceสามารถทำหน้าที่ในลักษณะนี้ได้ A,K,Q,J,10 เป็นชุดไพ่เสตรทที่สูงสุด (Ace สูงสุด) ชุดไพ่เสตรท; 5,4,3,2,A คือชุดไพ่ต่ำสุด (ห้าคือสูงสุด) และAceมีค่าเท่ากับหนึ่ง

7. ทรีออฟคายด์: ไพ่สามใบที่มีค่าเท่ากัน, และไพ่อีกสองใบที่แตกต่างกัน


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่ทรีออฟคาร์ยที่สูงสุดเป็นชุดไพ่ชนะ ในกรณีที่มีผู้เล่นมีชุดไพ่ทรีออฟคายด์เหมือนกันและมีแต้มเท่ากัน จะวัดกันตรงไพ่ที่เหลืออีกสองใบ ชุดไพ่ใดมีไพ่ที่เหลือมีแต้มสูงสุด ชุดไพ่นั้นจะเป็นผู้ชนะ

8. สองคู่: ไพ่สองใบที่มีแต้มเท่ากันสองคู่ และไพ่อื่นๆอีกสองใบ


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่สองคู่ที่มีแต้มสูงสุดจะเป็นชุดไพ่ชนะ ถ้าหากมีสองคู่เหมือนกัน ให้นับคู่แต้มสูงสุดก่อน,ถ้าคู่ที่มากที่สุดเหมือนกันให้ดูคู่ถัดไป, ถ้ามีคู่เหมือนกันทั้งสองคู่ ให้ดูจากไพ่ใบที่เหลืออยู่ ชุดใดมีไพ่ที่มีแต้มสูงกว่า จะเป็นชุดไพ่ที่ชนะ

9. หนึ่งคู่: ไพ่สองใบที่มีแต้มเท่ากัน และไพ่อื่นๆอีกสามใบ


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่คู่ที่มีแต้มสูงสุดที่สุดจะเป็นชุดไพ่ชนะ ถ้าผู้เล่นมีชุดไพ่หนึ่งคู่เหมือนกันโดยที่แต้มเหมือนกัน จะวัดกันตรงไพ่ใบที่เหลืออยู่ ชุดใดมีไพ่ที่มีแต้มสูงกว่า จะเป็นชุดไพ่ที่ชนะ

10. ไพ่สูง: ไพ่หนึ่งใบที่มีแต้มสูงที่สุด และไพ่อื่นๆอีกสี่ใบ


กรณีมีชุดไพ่ชนิดเดียวกัน: ชุดไพ่สูงที่มีแต้มสูงที่สุดจะเป็นชุดไพ่ชนะ

วิธีขั้นพื้นฐานที่เข้าร่วมทัวร์นาเม้น

1. คลิกที่แท็บทัวร์นาเม้นเพื่อเข้าส่วนการแข่งขัน

2. เลือกทัวร์นาเม้นที่คุณต้องการเข้าร่วม

3. คลิกปุ่มลงทะเบียนอยู่ทางด้านขวาของหน้าเว็บ

4. เมื่อทัวร์นาเมนต์เริ่มต้น ไปที่หน้าทัวร์นาเมนต์

5. และคลิกที่ปุ่ม ไปที่โต๊ะ และเริ่มเล่น!

6. เมื่อลงทะเบียนแล้วคุณสามารถยกเลิกการลงทะเบียน (และได้การคืนเงิน) ได้ทุกเมื่อก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นถ้าจำเป็น

หมวดการแข่งขัน / ล็อบบี้

*หากยังไม่ได้เข้าร่วมในขณะที่คุณได้ลงทะเบียนแล้วและการแข่งขันได้เริ่มขึ้นคุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับ anteและ blinds เมื่อถึงรอบของคุณและสถานะของที่นั่งจะขึ้นว่าออกจากที่นั่ง จนกว่าคุณจะเข้าสู่ระบบและไปที่โต๊ะของคุณ

1. วันที่: วันที่และเวลาที่การแข่งขันเริ่มขึ้น

2. สถานะ:

  1. กำลังลงทะเบียน

  • ผู้เล่นอาจลงทะเบียนและยกเลิกการลงทะเบียนสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

  1. ลงทะเบียนแล้ว

  • คุณกำลังลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันนี้

  • ผู้เล่นสามารถลงทะเบียนและเล่นได้หนึ่งทัวร์นาเมนต์ในเวลานั้นวลาเท่านั้น

  1. ลงทะเบียนล่าช้า

  • การแข่งขันได้เริ่มต้น แต่อนุญาตให้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนได้

  1. กำลังดำเนินการ

  • การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่และจะไม่รับการเข้าร่วมเพิ่ม

  1. สิ้นสุด

  • การแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว

  1. ยกเลิกแล้ว

  • ทัวร์นาเมนต์ทั้งหมดที่เริ่มต้นได้ถูกยกเลิก เนื่องจากข้อกำหนดไม่สามารถตอบสนอง

 

3. ซื้อ: จำนวนเงินที่ต้องจ่ายในการเข้าร่วม (รางวัล + ค่าธรรมเนียมแรกเข้า)

 

4. ผู้เล่น: ระบุหมายเลขปัจจุบันของผู้เล่นที่ลงทะเบียนสำหรับการแข่งขัน

 

5. รางวัล: แสดงจำนวนเงินรางวัลปัจจุบันในรางวัลเงินกองกลาง

 

6. ลงทะเบียน: คุณเข้าร่วมการแข่งขันและเล่นโดยการจ่ายเงินเข้าซื้อ สามารถทำได้เฉพาะระหว่างการลงทะเบียนและการลงทะเบียนล่าช้าเท่านั้น

 

7. ยกเลิกการลงทะเบียน: คุณได้คืนเงิน Buy In และลบออกจากผู้ลงทะเบียนการแข่งขัน ซึ่งอาจทำได้ก่อนเวลาเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์

 

8. ชิปเริ่มต้น: แสดงจำนวนชิปเริ่มต้นของผู้เล่นทั้งหมด

 

9. ผู้เล่นต่ำสุด / สูงสุด: จำนวนผู้เล่นขั้นต่ำและสูงสุดที่สามารถลงทะเบียนแข่งขันได้ หากจำนวนผู้เล่นไม่ถึงขั้นต่ำสุดการแข่งขันทัวร์นาเม้นจะถูกยกเลิก

10. รายชื่อรางวัล: จะแสดงอันดับและจำนวนรางวัลที่จ่ายให้กับผู้เล่นที่เสร็จสิ้นใน การจัดอันดับ (ที่1 ที่2 ที่3 และอื่นๆ ) เงินรางวัลจะถูกโอนเข้ากระเป๋าสตางค์ในบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติ

 

11. ผู้เล่น:

การจัดอันดับรายการเวลาจริงของผู้เล่น จะจัดตามชิปและจำนวนชิปที่ผู้เล่นมี นอกจากนี้ยังแสดงจำนวนเงินรางวัลที่จ่ายของแต่ละอันดับ, ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ผู้เล่นจะได้รับเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน

 

 

12. กองที่ใหญ่ที่สุด: การนับชิปของผู้เล่นที่มีชิปมากที่สุดในการแข่งขัน

(ถ้าคุณอยู่กลุ่มนี้ถือว่าคุณมีความได้เปรียบที่ดี!)

13. กองเฉลี่ย: เฉลี่ยของชิปที่พิจารณาจากจำนวนผู้เล่นที่เหลืออยู่ในการแข่งขันและจำนวนชิปทั้งหมดที่เล่น

(ถ้าคุณอยู่กลุ่มนี้ถือว่าคุณยังอยู่ในตำแหน่งที่ดี)

14. Small Stack: จำนวนชิปของผู้เล่นที่มีชิปต่ำสุด

(หากชิพของคุณใกล้หมดหรือมีจำนวนน้อยลอง คุณกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียและมีโอกาศชนะน้อยลง!)

 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือคุณต้องชิปอย่างน้อย 25 เท่าของ Big Blind ปัจจุบัน!

 

15. รายการตาราง: แสดงตารางในการแข่งขันและจำนวนผู้เล่นในแต่ละโต๊ะ

 

16. รายละเอียดโต๊ะ: เลือกโต๊ะจากรายการโต๊ะเพื่อดูชื่อผู้ใช้ของผู้เล่นบนโต๊ะ อันดับของพวกเขาและจำนวนจำนวนชิป

 

17. โครงสร้างBlind: แสดงราคาของ Small Blind/Big Blind และ Ante และระยะเวลาของแต่ละระดับสำหรับการแข่งขันทั้งหมด

 

18. โครงสร้างรางวัล: รายการเปอร์เซ็นต์จากยอดรวมของรางวัลและจำนวนเงินรางวัลที่จะจ่ายแก่ผู้เล่นที่ชนะตามการจัดอันดับ

1. ห้ามทำการซื้อใหม่อีกครั้ง หลังจากที่คุณแพ้ เสียชิฟหมดและออกจากรายการทัวร์นาเม้นแล้ว ฉะนั้นเล่นให้ดีที่สุด!

2. Buyin คือ การชำระเงินของคุณสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขัน; ยิ่งมีผู้เล่นเข้าร่วมมากเท่าไร รางวัลจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น !!

3. คุณสามารถลงทะเบียนและยกเลิกการลงทะเบียนการแข่งขันได้ในระหว่างระยะเวลาการลงทะเบียน แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ผู้เล่นไม่สามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้อีกต่อไป

4. จำนวนผู้เล่นขั้นต่ำและจำนวนผู้เล่นสูงสุดในการแข่งขันหากจำนวนผู้เล่นไม่ครบตามที่กำหนด ของจำนวนผู้เล่นขั้นต่ำ รายการทัวร์นาเม้นจะถูกยกเลิก ถ้าจำนวนผู้เล่นสูงสุดครบตามที่กำหนด ก็ไม่สามารถทำการลงทะเบียนได้ต่อไป

5. การแข่งขันจะสิ้นสุดลงเมื่อมีผู้เล่นเหลือเพียง 1 คนเท่านั้น

6. หากการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นและไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ชิปของคุณจะถูกระงับจนกว่าคุณจะเข้าสู่ระบบและนั่งบน

7. ผู้เล่นไม่สามารถออกจากการแข่งขันในขณะที่คุณมีชิฟได้(คุณจะต้องทำการลงชื่อออกจากระบบก่อน เพื่อป้องกันการถูกระงับการเล่น การเล่นของคุณจะถูกจู่โจมจากมือที่เริ่มต้นขึ้นของแต่ละมือ ออกจากโต๊ะโดยอัตโมัติและหมอบก่อนการเริ่มเดิมพัน

8. ในการเล่นเพื่อที่จะชนะเงินสดนั้น คุณอาจจะต้องถูกกำจัดออกจากตำแหน่งที่มีเงินรางวัลอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงินรางวัลในรายการทัวร์นาเม้น มีผู้เล่นมากน้อยแค่ไหน รวมถึงจำนวนเงินรางวัลที่ตั้งไว้

9. จุดบอดจะมีการเพิ่มขึ้นทุกระดับ

10. จะมีการจัดตารางให้ทำการพักระหว่างการแข่งขันทัวร์นาเม้น

11. หากคุณไม่สามารถทำการเล่นก่อนเวลาหมดได้ การเล่นของคุณจะเป็นเช็คหรือหมอบ และจะลุกออกจากโต๊ะโดยอัตโนมัติ คุณจะต้องทำการนั่งเพื่อเล่นในรอบถัดไปต่อ

12. คุณจะต้องทำการ “นั่ง” โดยการคลิ๊กที่ปุ่ม “นั่ง”ในตำแหน่งที่ผู้เล่นต้องทำการนั่งประจำที่

การแนะนำ : Tcoins (TC) คืออะไร?

คำตอบ : Tcoins คือคำย่อมากจาก Tournament Coins (เหรียญสะสมเพื่อเล่นทัวร์นาเมนท์), ผู้เล่นจะได้รับเหรียญเหล่านี้จากการเล่นเกมของเรารวมทั้งหมดทุกเกม ยอดรวมTcoins ของคุณจะแสดงให้คุณเห็นที่ล็อบบี้หลักที่ด้านล่างของยอดเงินคงเหลือของคุณ

Tcoins เหล่านี้สามารถใช้เพื่อเข้าร่วมรอบการแข่งขันฟรีพิเศษของเราได้ ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมรอบการแข่งขันฟรีนี้ได้โดยการใช้ Tcoinsเท่านั้น

Tcoins ไม่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน

สามารถพบTcoinsเพื่อการเข้าร่วมการแข่งขันฟรี ได้ที่หน้าล๊อบบี้ทัวร์นาเมนท์ของเรา

ยอด Tcoins ที่ได้รับอยู่ในขณะนี้ จะได้รับสูงสุดเพียง 1.2 ล้าน Tcoins หากยอด Tcoins มีมากกว่า 1.2 ล้าน คุณจะไม่ได้รับ Tcoins เพิ่มเติม จนกว่ายอด Tcoins ของคุณจะต่ำกว่า (1.2M Tcoins)